Q3 ปี 63 ของ หุ้น ดับบลิวเอชเอ 2

Q3 ปี 63 ของ หุ้น ดับบลิวเอชเอ 2 Standard ด้วยด้วยความที่ ตอนแรกนั้นผม ก็กะว่าจะเข้า ไปรวบรวมเอง ใน Google ก็เลยไปเจอของเว็บไซต์ The Standard ก็ถือว่าเขารวบรวม มาให้เรียบร้อย แล้วก็เลยเข้าไป ดูตรงนั้นเลยอะไร ก็ขอบคุณด้วย แล้วก็ขอยืมเอา เนื้อหามาสายทอดให้เพื่อน ให้ฟังละกัน

ก็จะสิ้นปีแล้ว หลายๆ Walker ก็เลยมีการออกแบบ วิเคราะห์เกี่ยวกับ การคาดการณ์ถึง ภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ไทย ว่าจะไปจบที่ตรงไหน มีบางบกหรือว่าหลายๆ ก็มีการคาดการณ์ ไปถึงปีหน้าด้วย แต่ในคลิปนี้ก็ จะมาพูดถึงในปีนี้ก่อน ว่าภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ ภายในอาจจะไปอยู่ในประมาณ ไหนอ่ะ

ทางเข้าpg

บา

ซึ่งอันนี้ก็อย่างที่บอก ก็จะเป็นการคาดการณ์ของ 8 โบคเกอร์นะครับที่หลายคนก็น่าจะรู้จักกันอยู่นะครับโอเคแล้วไปดูกันดีกว่านะครับว่าแต่ละบล็อกเกอร์เนี่ยเขาจะมีการค้า การไว้ยังไงบ้างน

ปัจจุบันแต่ช่วงนี้ตลาด หุ้นไทยก็อยู่ที่ระดับ 1437 78.1 มีค่า pH อยู่ที่ 28 40 เท่า ค่าบิลอยู่ที่ 1.6 1 เข่าแล้วก็ dividend yield หรือว่าตาการจ่ายปันผลนะครับ ที่ระดับ 3.39 เปอร์เซ็นต์ต่อ ปีโดยที่กำไรต่อหุ้นหรือว่า EPS นะครับก็อยู่ที่ 50.6 2 บาทอันนี้ก็คือ

Q3 ปี 63 ของ หุ้น ดับบลิวเอชเอ 2

Q3 ปี 63 ของ หุ้น ดับบลิวเอชเอ 2

ข้อมูล ณ ปัจจุบันหน่อย เราสามารถเข้าไป ดูได้ในเว็บไซต์ set.or.th หรือว่าจะเข้าไปดูใน App Streaming ก็ได้ ที่จอดแล้วก็เสร็จ แล้วก็มันจะมีข้อมูล ออกมาให้เราดู ทีนี้เรามาดูในส่วนของ บริษัททรีนิตี้ เขาก็ได้มีการประเมิน ออกมาว่า มุมมองของเซต เนี่ยเขามองเอาไว้

เพราะคาดการณ์ เอาไว้อยู่ที่ระดับ 1320 จุดโดยที่มีค่า PE อยู่ที่ระดับ 16.8 เท่าแล้วก็ EPS ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 78.5 นะครับไม่เอามาคูณกันแล้วมันก็จะได้ระดับประมาณ 1300 18.8 ถึง 1000 320 นั้นเองอันนี้คือ มุมมองของพี่หน่อย ต่อมาก็จะเป็นมุมมอง ของบริษัทฮอนด้าประเทศไทย

ซึ่งก็มองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย เนี่ยมีโอกาสที่จะขึ้นไปเฉย 1420 ถึง 1450 จุดได้ในปีนี้นะคะ เธอเชื่อว่าอย่างน้อยน่า จะเห็นอยู่ประมาณ 1,400 จุด ซึ่งอันนี้ก็เกิดมาจากการที่ fund Flow ของต่างชาติ

ไฮโล

ทางเข้าjoker

ก็เริ่มไหลเข้ามาแล้ว อันนี้ก็คือมุมมอง ของบลจหยวนต้าประเทศไทย หน่อยจอมาก็จะเป็นในส่วน ของมุมมองของบริษัท ซึ่งก็มีมุมมองถึงดัชนีตลาดหุ้นไทย มีโอกาสที่จะขยับขึ้น ไปทดสอบตรง 1460 จุดโดยที่มีปัจจัยบวก ก็คือผลการเลือก ตั้งของประธานาธิบดี สหรัฐเล่นก็ชนะการเลือกตั้ง

ซึ่งมันก็เลยส่งผล ทำให้สภาพเศรษฐกิจ ของโลกมันก็เริ่มปรับตัวดี ขึ้นมาดังนั้น มันก็เลยทำให้ฟันโผล่ จากต่างประเทศ ไหลเข้ามาในประเทศไทย ของเราเพิ่มมากขึ้น ก็เลยส่งผลทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย ของเรามีโอกาสที่จะปรับตัว ขึ้นไปได้ถึง 1460 จุดซื้อของใน line นะ

ทีนี้เรามาต่อกัน ที่มุมมองของบลจโนมูระพัฒนสิน ก็มองเป้าหมายในสิ้นปีนี้ ของดัชนีตลาดหุ้นไทย ของเราเนี่ยก็น่า จะอยู่ที่ระดับ 1370 จุดนะซึ่งเกิดมาจากการฟื้นตัว ของสภาพเศรษฐกิจ ภายในประเทศไทยของเรา หลังจากที่ฟันโทร จากต่างประเทศ ก็เริ่มมีการไหลเข้ามาอย่างไร ก็ดี

ณ ตอนนี้ฉันอยู่ตลาดหุ้นไทย ของเราก็ทะลุตรงเป้าหมาย ที่เขาตั้งเอาไว้แล้ว คือเขาตั้งไว้ 1370 อยู่แต่ตอนนี้ มันขึ้นมาอยู่ที่ 1437 จุดแล้วนะต่อมา ก็จะเป็นมุมมองของบล. เอเชียพลัส ขอให้เป้าหมายของดัชนี ตลาดหุ้นไทยของเรา ตอนสิ้นปี อยู่ที่ 1350 หยุดเป็นก็ถือว่าให้มุมมอง ที่ค่อนข้างต่ำเหมือนกัน

สำหรับปัจจัยที่เขาให้ ก็คือการฟื้นตัวของสภาพเศรษฐกิจ ในประเทศไทยของเรา มองของบลจกสิกรไทย เขาก็ให้เป้าหมายของดัชนี ตลาดหุ้นไทยของเราอยู่ที่ 1390

ซึ่งเกิดจากปัจจัย ที่ต้องติดตามก็คือการพัฒนา วัคซีนซึ่งมันก็จะทำให้เท่าทุน ต่างชาติมองว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่น่าสนใจ ในการเข้ามาลงทุ นส่วนมุมมองของบลจไทยพาณิชย์ แล้วก็กรุงศรีก็ให้เป้าหมาย ของดัชนีตลาดหุ้นไทย ของเราในสิ้นปีนี้เท่ากันเลย ก็คือตรง 1400 จุดส่วนเหตุผล

ใช้ App Streaming เป็นตัวช่วย

ของบรไทยพาณิชย์ก็จะเป็น ในส่วนของการเลือก ตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่โทรไปเล่นก็ชนะ แล้วก็ในเรื่องของวัคซีนโควิชนายทีน โดยรวมแล้ว ก็ถือว่าแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ ที่กล่าวมานี้ก็เริ่มมีมุมมอง ที่ดีต่อตลาดหลักทรัพย์ไทย แล้วเพียงแต่ว่าเป้าหมาย ของแต่ละแบรนด์ ก็จะแตกต่างกันออกไป

โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1390 1,400 จุดซึ่งเหตุผลที่ผม มองว่าน่าจะคล้ายๆกัน ก็จะเป็นในเรื่องของวัคซีน โควิชนายทีนนะครับรอลงมาก็จะเป็นในเรื่องของผลการเลือกตั้ง ของประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจบเล่นก็ชนะการเลือกตั้ง นะแล้วก็ในเรื่องของการฟื้นตัว ของสภาพเศรษฐกิจโลก

แล้วก็รวมไปถึงการฟื้นตัว ของสภาพเศรษฐกิจภายใน ประเทศไทยของเรามันก็เลยมี ผลทำให้ฟันโฟร์ของต่างประเทศ เริ่มไหลเข้ามาลงทุนภายในประเทศไทย ของเราเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง มันก็เลยเป็นปัจจัยที่ดีนะ ซึ่งมันก็เลยส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย ของเรามีโอกาสปรับตัวขึ้น ไปได้มากกว่านี้หรือว่าตาม

เป้าหมายที่แต่ละบล็อกเกอร์ เขาก็ให้เป้าหมายมา ต่อมาก็จะเป็นในส่วนของมุมมองส่วนตัวของนี้ก็จะมีทั้งข้อมูลด้วยแล้วก็จะมีในเรื่องของการด้วยครับซึ่งในส่วนของข้อมูลที่ผมค่อนข้างที่จะคอนเฟิร์มตัวผมเองก็คือใน
ส่งไปแล้วซึ่งก็มองย้อนกลับไปนะครับถ้าพี่อี๊ดของดัชนี Set ให้ที่อยู่ที่ประมาณ 18-20 เท่าซึ่งผมให้ค่า PE ที่น่าสนใจอยู่ที่ 20 เทานะครับแล้วก็ค่า GPS นะครับผมมองว่า EPS ของไปรษณีย์เช็คสถานะ

จะอยู่ที่ประมาณ 70 บาทนะครับถ้าเราเอา 70 มาคูณกับ 20 เนี่ยแล้วก็จะได้เดี๋ยวจะมีเศษอยู่ที่ 1,400 พอดีซึ่งผมก็เลยมองว่าดัชนี Set ที่น่าสนใจก็น่าจะอยู่ที่ 1,400 ก็ความเห็นก็ไปตรงกับ ของบลจไทยพาณิชย์ แล้วก็ของบลจกรุงศรีพอดีเลย อันนี้คือความคิดเห็นส่วนตัว ผมน

สำหรับ GPS หลายๆคนอาจจะงงว่ าให้ผมมโนมาจากอะไร อันนี้ไม่ได้มโน อันนี้มาจากค่าเฉลี่ยของ EPS ที่เคยเกิดขึ้นมา เอามาใช้อยู่ประมาณ 70 70 กว่านี่แหละแต่ปัด ให้เป็นตัวเลขกลมๆก็ประมาณ 70 บาท

 

เรื่องของตัวหุ้นพื้นฐาน – สำหรับคนที่อยากมีหุ้นถือระยะยาว