หุ้น as กับ ygg ตอนที่2

หุ้น as กับ ygg ตอนที่2 ก็มองว่าของคุณเอ๋ก็น่าจะมีงบผลประกอบ การที่ดีกว่าค่อนข้างเยอะพอสมควร สำหรับในส่วนของงบผลประกอบการทั้งใน LINE ไตรมาสไตรมาส 3 ปี 63 แล้วก็ในไลน์ 9 เดือนของปี 63 ด้วย ต่อมาแล้วมาดูในส่วน ของความถูกความแพงของทั้ง 2 บริษัทนี้กัน โดยเรามาดูที่ราคาหุ้นของบริษัท ซึ่งเรามาดูของหุ้น AIS ก็จะมีราคาหุ้นอยู่ที่ 6 บาท 35 สตางค์ต่อหุ้น ของหุ้น YG ก็จะมีราคาหุ้นอยู่ที่ 11 บาท 70 สตางค์

ต่อหุ้นเมื่อเรามาดู ในส่วนของค่า PE ของหุ้น AIS ก็จะมีค่า PE อยู่ที่ 9.2 เทาถ้าเป็น vip หน่อยอยู่ที่ 8.98 เท่าส่วนของหุ้น YG ก็จะมีค่า PE อยู่ที่ 45 เท่าค่าพี่บีอยู่ที่ 6.25 เท่าสำหรับจำนวนหุ้น ของคุณ AIS ก็จะมีจำนวนหุ้นอยู่ที่ 410 4.48 ล้านหุ้นส่วนกองทุน ygg ก็จะมีจำนวนหุ้นอยู่ที่ 180 ล้านหุ่นสำหรับอัตราการจ่ายปันผล ของหุ้น AIS ก็ยังไม่มีการจ่ายปันผลในตลาดประมาณสัก 4-5 ปีที่ผ่านมาชวนหุ้น YG ก็มีอัตราการจ่ายปันผลอยู่ที่ 1.0 3% ต่อปีแต่อย่างไรก็ดี

บา

ไฮโล

ก็มีประกาศออก มาว่าเขาจะมีการงดการจ่ายปันผลในรอบนี้ด้วยก็คือ สนใจตัวนี้ก็ลองไปดูข้อมูลอีกที ในหุ้นรายตัวของเขาโดยภาพรวม สำหรับส่วนตัวผมเองก็มองว่าคือราคา มันก็แพงทั้งคู่เลยน แต่อย่างไรก็ดีแล้วก็ต้องมองถึงว่าเป็นการลงทุน ในยุคนี้ก็จะเป็นการลงทุ นในหุ้นในกลุ่ม Tech แล้วก็พูดในกลุ่มมีดีอะไรประมาณนี้ ซึ่งผมเลยมองว่าราคาตรงนี้ มันน่าจะบวกกับความคาดหวัง ของไปเรียบร้อยแล้วก็เลยมีผลทำให้ค่า PE นั้นสูงขึ้นนั่นเอง

ทางเข้า pg

โจ๊กเกอร์

ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยมองว่าหุ้น AIS นั้นก็จะมีราคาที่ ค่อนข้างน่าสนใจกว่าถ้าดูจากค่า PE เนี่ยเข้าไปเยี่ยมเขามันค่อนข้าง ที่จะถูกกว่าของหุ้น YG แบบเยอะมากๆ อย่างนั้นผมก็เลยมองว่าของหุ้น AIS แต่ก็น่าจะมีราคาที่ค่อนข้าง น่าสนใจกว่าต่อมา สำหรับในส่วนของมุมมองใน กราฟเทคนิคนะครับของทั้ง 2 บริษัทนี้ซึ่งเรามาดูในส่วนของหุ้น AIS กัน แนวโน้มราคาของหุ้น AIS ก็เป็นแนวโน้มของการเป็นขาขึ้นซึ่ง

ขึ้นมาสักระยะแล้วเช่นกัน มองว่าราคาทั้ง 2 แท่งล่าสุดมีการเปิดขึ้น มาแล้วก็เปิดกลับขึ้นมาที่ค่อนข้างน่าสนใจ เหมือนกันนะครับเพราะว่าแกเป็นลูกค้า ในการล่าสุดราคาขึ้นไปชนตรงแนวต้านพอดี
ประมาณ 6 บาท 25 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งถ้าเกิดวันอังคารเนี่ยมันไม่ผ่านขึ้นไป ราคามันก็มีโอกาสที่จะย่อลงมาแถวประมาณสัก 5 บาทแต่อย่างไรก็ดี ผมมองว่าราคามีโอกาสที่จะผ่านให้ไปได้ มากเพราะว่าถ้ารู้จัก Volume Down Volume มันมาค่อนข้างเยอะ ดังนั้นนะครับผมคิดว่าราคามีโอกาส ที่จะปรับตัวขึ้นไปได้มากกว่านี้

หุ้น as กับ ygg ตอนที่2

ซึ่งผมมองแนวต้านหลัง จากนี้ไว้ก็คือตรงประมาณสัก 7 บาท 50 ถึง 80 บาท 20 สตางค์ ก็ลองไปดูแล้วกันนะในส่วนของหุ้น YG ผมมองว่าณตอนนี้แนวโน้มยังเป็นขาขึ้น อยู่บนจริงนะครับแต่ว่าราคา ก็เริ่มมีการใช้เวลาครับใช้ เวลาเพื่อที่จะเลือกทางแต่ถ้าเราดูดีๆ

มันจะมีความที่แบบอ่อนไหว อยู่ก็คือว่าลุงไม่ได้เข้าเยอะแล้วแล้ว ก็ตัวราคาเหมือนว่ามันจะมีแนวโน้มว่า จะลงมาด้วยแล้วก็ดูจากเส้น rsi มันก็เริ่มขัดแย้งกับราคาหุ้นที่มีการปรับตัวขึ้นแล้วดังนั้นน่ะ ก็เลยมองว่าราคาของหุ้น YG ๆก็มีโอกาสที่จะปรับตัว ลงไปได้มากกว่านะครับสรุป เลยละกันในส่วนของงบแสดง ฐานะทางการเงินก็ถือว่าดีเหมือนกันทั้งคู่เลย ก็ให้เสมอกันและกันนะในส่วนของงบแสดงฐานะทางการเงินสำหรับในส่วนของงบผลประกอบการ

line 9 เดือน ของหุ้น หุ้น as กับ ygg ตอนที่2

ทั้งหลายใจมากแล้วก็หลาย 9 เดือนอันนี้ อาจจะยกให้กับทางศูนย์ AIS เพราะว่าเขามีกำไรที่เห็น ชัดกว่าแล้วก็กำลังเขาก็โตขึ้นมาดีกว่า ในขณะที่หุ้น YG ก็กำไรก็ลดลงมา สำหรับในส่วนของความถูกความแพงก็อย่างที่บอก ก็ให้กับทางพุ่น AIS

เพราะว่าพี่หยกเขาก็ถูกกว่าของหุ้น YG แบบเยอะมากๆ อันนี้ก็ยกให้นะครับสำหรับในส่วนของมุมมองกราฟเทคนิค ก็ยังเป็นของหุ้น AIS นะครับที่ดูมีความน่าสนใจกว่า เพราะว่าเราดูจากแนวโน้มราคาแล้วหุ้น AIS มีโอกาสที่จะไปได้มาก

ในขณะที่หุ้น YG ผมก็ยังมีความกังวลเรื่องที่ว่า เขาเพิ่งเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ไทย นะครับเพิ่งเข้ามาเอง คิดว่าราคาน่าจะยังไม่ลงไปหาพื้นฐาน ของเขาซึ่งผมคิดว่ารอให้ ราคามันลงไปหาพื้นฐานก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ อีกทีดีกว่านะครับสำหรับหุ้น YG จริงๆโอเคครับก็ประมาณนี้ สำหรับหุ้น AIS แล้วก็หุ้น YG ก็น่าจะประมาณนี้นะ

ปีกแคบเข้าเรื่อยๆ เป็นรูปสามเหลี่ยมซึ่งผมคิดว่าราคา นะตรงนี้อาจจะเป็นการสะสมก็ได้และในส่วนของหุ้น bdms ผมคิดว่านะครับราคาขึ้นมานี้อาจจะอาจจะ ไม่สามารถยืนอยู่ตรงเส้น ema 200 วันได้คิดว่าอาจจะย่อลงมาได้อีก อาจจะเป็นจังหวะในการเข้าไปสะสม

สำหรับใครที่อยากจะเข้าไปสะสมลงทุน

จังหวะนี้นะส่วนใคร ที่อยากจะเข้ามาเก็งกำไรก็ผม ว่าก็รอให้ราคามันขึ้นไปยืนตรงเส้น ema 200 วันให้ได้ก่อนทั้ง 2 บริษัทนี้ชวนหุ้น bdms ยืนขึ้นได้แล้วแต่ว่า

คิดว่าให้ราคามันคอนเฟิร์มก่อน ว่ามันจะขึ้นจริงๆแล้วเราค่อยเข้าไป โอเคครับก็สรุปเลยละกันนะครับในส่วนของงบแสดงฐานะทางการเงินนะก็ถือว่าดีทั้งคู่ เป็นแต่ว่าของหุ้น BM นั้นอาจจะดีกว่านิดนึง ในส่วนของหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมา เยอะมากแล้วก็หนี้สินส่วนใหญ่ ก็เป็นหนี้สินหมุนเวียนด้วย สำหรับงบผลประกอบการ อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าหุ้น BM เนี่ยเขาทำกำไรได้ดีกว่า แต่ว่านะครับถึงแม้ว่าจะทำกำไรได้ดีกว่านะเพราะเรามาดูในส่วนของกำไรต่อหุ้น

พบว่าของหุ้น BTS นั้นทำออกมาได้ดีกว่านิดนึงดังนั้น ก็เลยคิดว่างบผลประกอบการก็อาจจะให้กับทางหุ้น BTS ซึ่งมันก็ห่างกันไม่ได้เยอะมาก นะในส่วนของความถูกความแพงอันนี้ก็ต้องยกให้กับทางหุ้น BTS ที่น่าจะถูกกว่าเยอะมากๆ เลยถ้าเราดูจากค่า PE เนี่ยของหุ้น BM อยู่ที่ 66 เท่าในขณะที่หุ้น BTS นะครับก็มีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 18-19 เท่านั้นเองแล้วก็ในส่วนของผลตอบแทน

คน BTS ก็ให้เยอะกว่าด้วยก็ถือว่าหุ้น BTS ก็น่าสนใจกว่านะในส่วนตรงนี้ สำหรับในส่วนของมุมในกราฟเทคนิคก็ถือว่าก็ยังเสี่ยงทั้งคู่ อย่างที่บอกแหละถึงแม้ว่าหุ้น bdms ราคาจะขึ้นไปยืนเหนือตรงเส้น ema 200 วันแล้วนะครับ แต่ยังมีความเสี่ยงว่าราคาน่าจะมีการย่อลงมาได้ แต่ยังไงก็ดีถ้าเรามองในมุมกว้างหน่อยก็ถือว่าราคาณปัจจุบันของทั้ง 2

รุ่นนี้ก็อยู่ในแนวโน้มของการใช้เวร ก็คือเป็นการเคลื่อนที่แบบ Side Way นะคือของบีเอ็มอยาก จะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแต่ว่ามันก็ไม่มั่นใจว่าจะขึ้นหรือเปล่า วันวิทยาศาสตร์แนวโน้มขาลงชัดเจนอยู่แล้วแต่ว่ามันก็เป็นการรีบาวกลับขึ้นมาซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าราคาน่าจะทะลุตรงเส้น ema 200 บาทขึ้นไปหรือเปล่านะครับแล้วก็ในส่วนของเส้นไอ้ทรายด้วยทั้ง 2 รุ่นนี้นะครับเช่นรายจ่ายก็ขึ้นไปชนตรงโซนร้อนตัวนะครับเพราะฉะนั้นก็ถ้าใครจะเข้าไปเก็งกำไรก็ยังมีความเสี่ยงอยู่คนไข้จะเข้าไปสะสมเพื่อลงทุนเนี่ยก็คิดว่าน่าจะเป็นจังหวะที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะครับ ก็ลองไปดูแล้วกันนะคะที่สนใจหุ้นทั้ง 2 บริษัทนี้นะครับ

เปรียบเทียบ Q ของหุ้น BEM และ BTS 2