วิธีการแบ่งเงินเพื่อเก็บ สำหรับคนที่มีครอบครัว และ คนโสด

วิธีการแบ่งเงินเพื่อเก็บ เพราะหลายๆคน ที่ต้องการจะมีเงินเก็บ สำหรับเอาไว้ใช้ ในอนาคต เราไม่มีทางรู้ว่า ในอนาคตจะมีอะไร ที่เกิดขึ้นกับเราบ้าง เพราะปัจจุบัน เราสามารถที่จะเก็บเงินได้ มากมายหลากหลายวิธี และยังมีทางเลือก อีกหลายทาง ที่ช่วยให้เราเก็บเงิน ได้รวดเร็วเพิ่มขึ้น แทนที่จะเอาไปฝาก ในบัญชีออมทรัพย์ เพียงแค่นั้น ซึ่งปัจจุบันก็มีทางเลือก ให้เลือกมากมายยกตัวอย่างเช่นพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ กองทุนรวมต่างๆ ประกันชีวิต เขาบอกตัวเองหรือ ครอบครัวและยังรวมไปถึง ทองคำและอสังหา ดูโทรศัพท์ เมื่อไหร่อนาคต อาจจะมีตัวเลือกอื่นๆมากมาย มาให้เลือกใช้กัน

หากคุณต้องการ ที่จะเก็บเงินให้ได้อย่างน้อย เดือนละ 5,000 บาท ยิ่งหากเป็นมนุษย์เงินเดือน มือใหม่ทุกคนที่เริ่มต้น ทำงาน ค่าใช้จ่ายอาจจะมีไม่มากนัก เราจะทำอย่างไรล่ะ ถึงจะเก็บไม่ได้ถึงขนาดนั้น วันนี้เราจะพามาดูคำตอบ ซึ่งคำตอบเหล่านี้ จะขึ้นอยู่กับความจำเป็น ในสไตล์ของแต่ละคน อีกด้วยเช่นเดียวกัน

การตัดสินใจ ในการเลือกลงทุน กับ วิธีการแบ่งเงินเพื่อเก็บ ว่ามีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง

การเก็บเงิน ต้องการดูแลใครบ้าง แน่นอนว่าหากเรา ตัวคนเดียวเราคงจะมีเป้าหมาย ในการเก็บเงินที่ไม่ชัดเจน แน่นอนว่าการเก็บเงิน คงจะยากกว่าการใช้เงิน ดังนั้นหากคุณเป็นอีกคนนึง ที่ต้องมีครอบครัว ที่ต้องดูแลอาจจะเป็นพ่อแม่ หรือลูกหรือว่าคุณอาจจะ เป็นคนเดียวที่ต้องทำงาน หาเงินเพื่อเลี้ยงดูพวกเขา นั่นแหละคือเป้าหมายมีการหารือซึ่งหากควรเป็นคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องอะไร การหาเงินนี้ก็เพื่อตัวคุณเอง

วิธีการแบ่งเงินเพื่อเก็บ

สล็อต Joker
สล็อต PG
บา
มนุษย์เงินเดือนเลือกกองทุนแบบไหนดี 

มีวิธีการเก็บเงินที่เหมาะสม แล้วเป้าหมาย ทางด้านการเงิน

ถ้าคุณต้องการที่จะเก็บเงินเพื่อนำไปใช้ในอะไรก็ตามสิ่งแรกเลยที่คุณต้องมีคือเงินก้อนฉุกเฉิน ผลิตเลี่ยงความเสี่ยงทางด้านการเงินที่จะตามมาในอนาคตไม่ว่าคุณนั้น จะมีแผนทางด้านการเงินอย่างไรอย่างแรกที่คุณควรจะมีนะก็คือสภาพคล่องทางการเงิน โทรหาไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน เป้าหมายในการเก็บเงิน ไม่ว่าจะเป็นหลังเกษียณ หรือเพื่อครอบครัวเขา จะทำได้ยากขึ้นแล้ว ดังนั้น การเรียนรู้และจะเก็บเงิน ให้ได้อย่างเหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่คุณไม่ควรมองข้าม ลืมสภาพคล่องทางการเงิน ด้วยเช่นเดียวกัน

อย่าลืมที่จะลงมือ ปัจจุบันแน่นอนว่า หากเรารู้ว่าสิ่งที่เราต้องการแล้ว ก็คือเงินสำรอง เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน มันก็ต้องรู้ว่าในการลงทุน ที่ควรจะนำเอาเงิน มาลงทุนเพื่อ ให้ได้มาซึ่งเงินออม ที่มีอัตราดอกเบี้ยสู งอย่างเช่นพวกกองทุนรวมต่างๆ ตามตลาด ร่วมประชุมกองทุน ตราสารหนี้ก่อนที่จะเลือกลงทุน กองทุนของธนาคารเอง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีตอนนี้

แน่นอนว่าความเสี่ยง ทางด้านการเงิน ย่อมต้องมีสูงมากดังนั้น หากสามารถที่จะออกเงินได้อย่างน้อย เดือนละ 5,000 บาท ความแตกต่างในการออมเงิน จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบนั้นก็คือ หากคุณเป็นคนมีครอบครัว และอีกหนึ่งรูปแบบคือคุณ เป็นคนโสด

หากคุณเป็นคน ที่มีครอบครัว หรือว่าต้องทำงาน หาเงินเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ หรือลูกของตัวคุณเอง สิ่งแรกเลย ถ้าปัจจุบันคุณยังมีแรงทำงาน ย่อมไม่ค่อยน่าห่วง แต่อนาคตไม่มี แรงทำงาน จะเป็นอย่างไร โดยที่ในการเก็บเงิน 5,000 บาท อาจจะแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนดังต่อไปนี้

การจัดสรรเงินสำหรับคนมีความครัว หรือ ญาติพี่น้อง

  • เพื่อใช้สำหรับ ในการดูแลพ่อแม่

หากต้องการ ที่จะเก็บเงินสำรอง เพื่อพ่อแม่ของคุณ อาจจะแบ่งได้เป็นเงินเดือนละ 500 ฝากเอาไว้ใน กองทุนตราสารหนี้ เพราะไม่สามารถขายได้ทันที ตามที่ต้องการ โทรหามีปัญหา อะไรไม่จำเป็นต้องใช้จ่าย ก็สามารถจะเอากองทุนตรงนี้ ไปขายเพื่อทำกำไรต่อได้ หรือหากว่าพ่อแม่ของคุณ ไม่มีประกันสุขภาพ ก็วสามารถนำเอาเงินตรงนี้ เพื่อที่เอาไปลงทุน ในกองทุนตราสารหนี้ อาจจะเอาไปลงทุน ในกองทุนประกันชีวิตก็ได้ ตามที่ต้องการ

  • เงินสำหรับตนเอง

เพื่อใช้ในช่วงเกษียณ หากว่าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่สามารถ ยอมรับความเสี่ยง จากการลงทุนแบบ dca หรือจำพวกกองทุน กว่าจะเก็บเงิน ให้กองทุนเราเดือนละ 1000 บาทโดยที่เพื่อ ให้ได้รับผลตอบแทน เฉลี่ยอย่างน้อย 5% ซึ่งหากนับรวมกันแล้ว จนเราอายุถึงช่วงเกษียณ โดยอาจจะมีระยะเวลา 30 ถึง 40 ปี สิ่งแรกเลยก็คือคุณน่าจะมีเงิน ในช่วงบั้นปลายอยู่ประมาณเกือบ 850,000 บาทนั่นเอง

  • เพื่อใช้ในค่าใช้ จ่ายของลูก

หากคุณเป็นคน ที่มีลูกควร จะมีการเก็บเงินเพื่อ เป็นทุนสำรอง สำหรับค่าเทอมลูก ในปีการศึกษาล่วงหน้า ตัวจะเก็บล่วงหน้า อย่างน้อย 2,000 บาท กับพนักงาน ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง เพื่อเป็นหนึ่ง ตัวช่วยลดค่าใช้จ่าย ในช่วงที่สภาวะ ทางด้านการเงิน ของเราขัดข้องนั้นเอง

  • สำรองเผื่อฉุกเฉิน และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด

ในกรณีนี้ จะใช้สำหรับถ้าเรา ไม่สามารถทำงานได้ หรือว่าไปถึงอายุสั้น ในส่วนนี้ จะเป็นเงินที่ช่วยในการ ช่วยเหลือครอบครัว นั้นก็คืออาจจะเป็นเงิน จากประกันชีวิต ที่มาใช้ดูแลหรือคุ้มครอง ครอบครัวเราต่อไป ดูอาจจะจ่าย เบี้ยประกันชีวิต ในเดือนละประมาณ 1500 บาท ครบอายุ จะได้รับความคุ้มครองถึง 4 ล้าน บาทกันเลย

คุณเป็นคนโสดที่นำเอาส่วนนี้มาเพื่อดูแลตัวเองและไม่มีญาติ

อย่างแรกเลยคุณจะสามารถ ที่จะเก็บเงินให้ตัวเองจวบจน ช่วงวัยเกษียณ ได้อย่างเท่าที่คุณต้องการ แต่อย่างแรก ที่เป็นกังวล มันก็คือความทุพพลภาพ ในเรื่องของการทำมาหากินเลี้ยงตัวเองนั่นเอง เป็นอะไรไปแล้วจะต้อง มีเงินที่แบ่งเก็บเพื่อ ใช้ดูแลตัวเองด้วยเงิน 5,000 นี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  • เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

หากจะมีส่วนนี้ ควรจะมีการแบ่งให้ได้ประมาณ 3-12 เท่าของค่าใช้จ่าย ทั้งหมดในแต่ละเดือนด้วยอาจจะขึ้นอยู่ ดาราชื่อของคุณ ตัวอย่างเช่นหากเป็นข้าราชการอาจจะ เก็บเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น แต่หากว่าคุณเป็น Freelance ก็ควรจะเก็บให้ได้อย่างน้อย 12 เดือน ในส่วนนี้เราควรจะเก็บให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1,000 บาทและควรฝาก กับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูง ตัวที่ 5 ฝากครบแล้วค่อย เปลี่ยนเป้าหมาย ใช้ในช่วงบั้นปลายจะเสียนั่นเอง

  • ส่วนสำหรับใช้ ในช่วงวัยเกษียณ

แน่นอนว่าชีวิตหลัง ช่วงวัยเกษียณ เราจะมีอายุประมาณ 60 ถึง 90 ปีดังนั้น หากคุณต้องการที่จะใช้เงิน 30,000 บาท ต่อเดือนคุณจะต้องเก็บให้ได้ถึง 10 ล้านบาท โดยที่ยังไม่รวม กับอัตราเงินเฟ้อ แล้วควรจะแบ่งเก็บในส่วนนี้ ใครได้ประมาณเดือนละ 2,500 บาท โดยรวม กับกองทุนหุ้นอะไรต่างๆแล้ว มาเก็บปลายขนาดนี้ ในช่วงอายุ 60 ปีเราจะสามารถมีเงินเก็บได้ถึง 2 ล้าน บาท

  •  ไม่สามารถทำงานได้

หากในกรณีนี้คุณเป็นคนที่ต้องนอนนิ่งๆไม่สามารถที่จะหามาได้ โดยอาจจะต้องจ้างคุณเพื่อมาดูแลถึงที่บ้าน โดยเราอาจจะฝากส่วนนี้ คอยดูว่าสามารถถอนส่วนไหนนำมาใช้ได้ ไปหาเงินที่เก็บไว้หมดอาจจะต้องการขายรถหรือว่าขายบ้าน เพื่อสะสมยังไงในการดูแลตัวเองนั่นเองโดยควรจะเก่งให้ได้เดือนละประมาณ 1,000 บาท