กองทุนรวม  เพื่อความมั่งคั่งในอนาคต

กองทุนรวม  เพื่อความมั่งคั่งในอนาคต

หากใครเป็นมือใหม่ ที่อยากจะเริ่มต้นลงทุน อะไรสักอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่ง ผลกำไรวันนี้ เราจะแนะนำ กองทุนรวมให้รู้จัก เพราะถึงแม้ว่าคุณ จะมีประสบการณ์ ในการลงทุนน้อย และมีเงินลงทุนที่ไม่มากนัก หรืออาจจะไม่มีเวลา ในการติดตามผลการดำเนินงาน และอาจจะไม่มั่นใจ ในการลงทุนของตนเอง  ดังนั้น สามารถขจัดปัญหาเหล่านี้ ไปได้เลย เพราะกองทุนรวมจะช่วยคุณได้ และเป็นอีกหนึ่ง การลงทุนอันดับต้นๆ ที่สามารถต่อยอด ความมั่งคั่งและมั่นคงให้แก่ตัวคุณได้

กองทุนรวม เพื่อความมั่งคั่งในอนาคต

กองทุนรวมคืออะไร

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือ เป็นการนำเงินจากการระดมทุน การลงทุน ของคนจำนวนมากๆ เพื่อไปจดทะเบียนนิติบุคคล ก่อนที่จะขอตั้งกองทุน ขึ้นมาซึ่งเงินเหล่านี้ จะมีผู้จัดการกองทุน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ นำเงินไปลงทุน ในสินทรัพย์ต่างๆ ตามที่นโยบายของแต่ละกองทุน ได้กำหนดขึ้น มาเพื่อให้มาได้ซึ่งผลกำไร ตอบแทน ที่ให้แก่สมาชิกก่อน ที่จะนำมาเฉลี่ย คืนตามสัดส่วนของแต่ละของทุนได้กำหนดไว้

มั่นใจได้เลยว่า การลงทุนในกองทุนรวม เป็นอีกหนึ่งการลงทุน ที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะมีผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาคอยบริหาร ด้านการเงิน และการลงทุน ให้แก่เงินของเรา อีกทั้งการลงทุนในรูปแบบนี้ ยังใช้เงินในการลงทุน ไม่มากนักโดยอาจจะเริ่มต้นที่ 100 บาท ขึ้นไปก็สามารถ เริ่มลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ ได้แล้วแต่อย่างไร ก็ตาม

แม้ว่ากองทุนรวม จะมีผู้เชี่ยวชาญ มาขอดูแลลงทุน แค่ไหนแต่ว่ากองทุนรวม ก็ยังถือเป็นอีกหนึ่ง การลงทุนที่มีความเสี่ยง เหมือนกับการลงทุน ทั่วไป ซึ่งการลงทุน ก็มีความเสี่ยง ในรูปแบบเดียวกับหลักทรัพย์ เช่นเดียวกัน เพราะยิ่งหากนำเงินเข้าไปลงทุน ในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน ในประเภทก็ย่อมมีความเสี่ยง ในด้านการลงทุนเช่นเดียวกัน

กองทุนรวม มีประเภทใดบ้าง?

  1. กองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก (Alternative Investment Fund) จำพวกสินค้า พืชพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นจำพวก ทองคำ น้ำมัน สินค้าเกษตร แล ะสหกรณ์ต่างๆ โดยการลงทุน ในรูปแบบนี้ ค่อนข้างที่จะมีความเสี่ยง ในการลงทุนสูง เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการ ที่จะกระจายการลงทุน ไปสู่ ทรัพย์สินอื่นๆเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ของพอร์ตการลงทุน
  2. ยิ่งใน กองทุนรวมอุตสาหกรรม (Sector Fund) สำหรับการลงทุน ในรูปแบบนี้ จะลงทุนในตราสาร ของบริษัท โดยจะต้องมีธุรกิจหลัก ประเภทเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มธนาคาร และไม่น้อยกว่า 80% ด้วยความเสี่ยงในรูปแบบนี้ ก็จะมีสูงเช่นเดียวกัน และคาดว่าการลงทุนจะเติบโตไปข้างหน้า
  3. การลงทุนในตราสารทุน (Equity Fund) สำหรับการลงทุนในตราสารทุน จะประกอบไปด้วย หุ้นสามัญหุ้นบุริมสิทธิ โดยจะต้องมีสัดส่วน ในการลงทุนในหุ้น อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 80% ใหญ่จะมีผลตอบแทน และความเสี่ยงสูง สำหรับผู้ที่ลงทุนเ หมาะกับคนที่ต้องกา รที่จะลงทุนในหุ้น และไม่มีเวลาในการบริหารการลงทุนนั้นเอง
  4. การลงทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible Fund) ซึ่งการลงทุนในรูปแบบหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์นี้ สามารถลงทุนได้ทุกอย่าง เหมือนกับกองทุนรวม ผสมและไม่มีข้อจำกัด ในด้านการลงทุนรวม ตราสาร เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับทางนโยบายของแต่ละกองทุน ด้วยซึ่งผู้ที่ ลงทุนจะต้องรับความเสี่ยง ได้สูงหรือปานกลาง และเป็นคนที่ไม่มีเวลา ในการปรับ การลงทุนในหุ้น เมื่อตลาดหุ้นมีความผันผวน
  5. การลงทุนรวมผสม (Mixed Fund) ในกองทุนนี้ จะเป็นการกระจายตราสารหนี้ หรือตราสารทุน ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากตราสาร ทุนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ในการลงทุน โดยจะต้องมีสัดส่วน ในตลาดหุ้นอย่างต่ำ ไม่น้อยกว่า 80% ลงทุนจะต้อง ยอมรับความเสี่ยง ในระดับสูงและปานกลาง ได้โดยผู้ที่ลงทุนส่วนใหญ่ จะไม่มีความรู้ ในการลงทุนด้านหุ้นมากนัก แต่ก็ต้องการผลตอบแทน
  6. กองทุนตราสารหนี้ (Fixed Income Fund) ในกองทุนประเภทนี้ จะเป็นการนำเงินเข้าฝาก และตราสารหนี้ ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตร รัฐบาลพันธบัตร รัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลั งโดยจะแบ่งได้ออกเป็น ระยะสั้น และระยะยาว ระยะสั้น จะอยู่ไม่เกิน 1 ปีและระยะยาว จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 1 ปี ในการลงทุน กองทุนแบบนี้ จะเป็นคนที่ต้องการลดความเสี่ยง จากดอกเบี้ยนั้นเอง
  7. กองทุนรวมในตลาด (Money Market Fund) ฉันต้องการที่จะลงทุน ในตราสารหนี้ระยะสั้น หรืออายุไม่เกิน 1 ปีโดยผู้ลงทุน ไม่ต้องการที่จะมีความเสี่ยง มากในการลงทุนและต้องการ ที่จะพักเงินในการลงทุน จากการผลตอบแทนไม่ดีมาก่อน

จะรู้ได้อย่างไรว่ากองทุนที่คุณกำลัง ลงทุนต้องคำนึงผลกำไรหรือขาดทุน

โดยเราจะสามารถ ดูผลการดำเนินงาน ของการบริหารกองทุน ย้อนหลังได้จากทางมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งจะแสดงมูลค่า ทรัพย์สินของกองทุนรวม ทั้งหมดก่อนที่จะนำมาหัก ออกจากค่าใช้จ่าย และหนี้สินต่างๆ ของกองทุนรวมนั้นๆ โดยที่ปกติ จะใช้วิธีการคำนวณ มูลค่าทรัพย์สิน ของกองทุน ในราคาตลาดนั้นเอง เพื่อเป็นการสะท้อน กับสภาพตลาดที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป

ในการลงทุนกองทุนรวม จะประกอบด้วยวิธีไม่กี่ข้อ ดังต่อไปนี้

1.รู้จักกับตัวเองก่อนที่จะเริ่มลงทุน

สำหรับวิธีนี้ ไม่ว่าคุณจะลงทุนในรูปแบบใดก็ตาม อย่างแรกที่คุณต้องคำนึงถึง นั้นก็คือลงทุนไปเพื่ออะไร มีเป้าหมายในการลงทุนเป็นอย่างไรโดย และสามารถยอมรับความเสี่ยง จากการลงทุนได้มากแค่ไหน ปัจจุบันมีเงินใน การลงทุนเพียงพอ กองทุนใดบ้าง ดังนั้น การรู้จักตัวเอง ก็จะสามารถให้คุณ เลือกกองทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง ได้

2.อย่าลืมวิเคราะห์ ภาพลวงกองทุนก่อนจะลงทุน

แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง การค้าทุกอย่างล้วนส่งผลทางด้าน การลงทุนทุกประเภทดังนั้น กองทุนรวม ใดที่จะสามารถสร้างผลตอบแทน ให้เราได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ กองทุน นั้นย่อมเป็นสิ่งที่คุณควรเลือกดังนั้น ควรเข้าใจและวิเคราะห์ ผลของการลงทุนสภาพรวม ในอนาคตให้ ดีเพื่อเป็นตัว ชี้วัด ที่ช่วยให้เราสามารถ เลือกกองทุนที่เหมาะกับแต่ ละสถานการณ์ได้ นั่นเอง

เลือกกองทุนที่ใช่ซึ่ง การศึกษาการลงทุน รวมเป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่ควรคำนึงถึงเพราะปัจจุบัน มีหนังสือต่างๆ ชี้ชวน เพื่อให้ สามารถเปรียบเทียบ แต่ละกองทุนว่ามี ความแตกต่างกันอย่างไร มีจุดเด่นเช่นไรควรซื้อ หรือไม่เพื่อเป็นอีกหนึ่ง ตัวช่วยในการตัดสินใจ เลือกกองทุนรวมให้กับตัวคุณ โดยอาจจะ คำนึงได้จากต่อไปนี้

 ประเภทของกองทุนรวม

ผลการดำเนินงาน ว่ามีการดำเนินงาน ไปในรูปแบบใด และระยะเวลา ย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปีหรืออาจจะตั้งแต่ตั้งกองทุน เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงาน

รายละเอียดต่างๆ ในการซื้อขายและ ค่าธรรมเนียมของกองทุนนั้น

ติดตามผลของ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งการติดตามผลการดำเนินงาน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่จะทำ ให้เรารู้ว่าควรจะลงทุนต่อไป หรือไม่ว่าผลกำไร ขาดทุนในแต่ละเดือน เป็นอย่างไรโดย หากเราขาดทุนบ่อยครั้ง นั้นแปลว่ากองทุนนั้น เริ่มมีความเสี่ยงแล้ว อาจจะขายกองทุนเลย

ซึ่งวิธีการง่ายๆ ก็มีดังต่อไปนี้หากใครสนใจ ที่จะลงทุนในกองทุนรวม ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลและรายละเอียด ให้ดีก่อน ที่จะทำการเริ่มลงทุน เพราะทุกการลงทุน มีความเสี่ยงก่อน ที่จะลงทุนต้องศึกษาข้อมูล ให้ดีเสียก่อน

autobet
Joker Gaming
Slot Pg
ความรู้การเงินพื้นฐาน